โรคหินปูนในหูชั้นในหรือโรคบ้านหมุน มีอาการ เวียนศีรษะ สิ่งต่างๆรอบตัวหมุน การทรงตัวทำได้ไม่ดี หรือทรงตัวอยู่ไม่ได้ หลายๆท่านมักเป็น มาทำความรู้จักกันว่าโรคหินปูนในหูชั้นในว่าเป็นอย่างไรได้จากบทความนี้
โรคหินปูในหูชั้นในคืออะไร
คืออาการที่หูชั้นในเกิดการเคลื่อน อันเนื่องมาจากหินปูนที่อยู่ด้านในเคลื่อนหลุดออกมาจากอวัยวะของการทรงตัวที่ทำหน้าที่คอยรับการทรงตัวของร่างกาย ทำให้เกิดอาการผิดปกติดังนี้ เวียนศีรษะทันที เมื่อล้มตัวลงนอน เมื่อเกิดการพลิกตัวการก้มหรือการเงยหน้าหรือมีการเปลี่ยนท่าของศีรษะ มักเกิดไม่นานแต่จะสามารถกลับเป็นซ้ำได้อีกเมื่อขยับศีรษะ บางรายมีอาการเกิดขึ้นหลายวันหรือเรื้อรังเป็นเดือน อาการของโรคนี้จะทำให้รู้สึกว่าตนเองหรือสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวหมุน ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่การเกิดขึ้นจริง มักพบกับผู้ที่มีอายุ 30-70 ปีและมักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปในเพศหญิง โดยมักเกิดกับหูเพียงข้างเดียว
สาเหตุของโรค
มักมีสาเหตุมาจากการเกิดการกระแทกที่ศีรษะ จากอายุที่มากขึ้นทำให้อวัยวะเสื่อม หูชั้นในอักเสบ มีการผ่าตัดที่หูชั้นในหรือการใช้ศีรษะในท่าซ้ำๆ
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
โรคหินปูนในหูชั้นในสามารถตรวจพบได้ด้วยการที่แพทย์ จะซักประวัติพร้อมการตรวจร่างกายด้วยวิธีทดสอบที่เรียกว่า Dix-Hallpike Maneuver โดยให้ผู้ที่มีอาการบ้านหมุน ให้ล้มตัวลงนอนแบบกะทันหันอย่างรวดเร็ว ด้วยการห้อยและตะแคงศีรษะ หากพบว่ามีการเวียนศีรษะและมีกระตุกของลูกตาจึงจะสรุปว่าเป็นโรคหินปูนในหูชั้นใน ซึ่งจะมีการรักษาดังนี้
1. ให้ยาตามอาการ แพทย์จะให้ยามารับประทานเป็นการช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะ ช่วยลดอาการบ้านหมุน ช่วยลดอาการเสียการทรงตัว
2.ฝึกการเคลื่อนไหวเน้นที่ศีรษะและลำคอ เป็นการช่วยให้หินปูนที่หลุดออกมาถูกเหวี่ยงกลับให้เข้าไปที่อวัยวะของการทรงตัวที่เดิม
3.การผ่าตัด วิธีนี้เป็นการรักษาผู้ที่มีอาการบ้านหมุนแบบรุนแรง และใช้วิธีฝึกการเคลื่อนไหวที่ศีรษะแล้วไม่ได้ผล
สำหรับผู้ที่เป็นโรคหินปูนในหูชั้นในนั้น เมื่อเป็นแล้วก็ควรดูแลตนเองและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจไปกระตุ้นการเกิดให้เป็นมากขึ้นด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ลดภาวะความเครียดทางด้านจิตใจ งดเหล้า งดการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ออกกำลังกายเน้นบริหารการทรงตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเกิดเสียงดัง แม้ไม่ใช่โรคที่จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็มักสร้างความรำคาญ ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความลำบาก เป็นโรคที่ยังสามารถรักษาได้แต่ต้องใช้เวลาในการรักษา